Sunday, 5 October 2008

ความฉลาดแพ้ความเฉลียว วิธีสอนของไอสไตน์


ไอสไตน์ถามนักศึกษาในห้องเรียนวันหนึ่งว่า

"มีคนซ่อมปล่องไฟสองคนซ่อมปล่องไฟเก่าปล่องเดียวกันอยู่ พอซ่อมเสร็จ ทั้งสองตามกันออกมาจากปล่องไฟ ปรากฏว่า คนหนึ่งตัวสะอาด อีกคนตัวเลอะเทอะ เต็มไปด้วยเขม่า ขอถามหน่อยว่า คนไหนจะไปอาบน้ำก่อนกัน"

นักศึกษาคนหนึ่งตอบว่า "ก็ต้องคนที่ตัวสกปรกเลอะเขม่าควันสิครับ"

ไอสไตน์ พูดว่า "งั้นเหรอ คุณลองคิดดูให้ดีนะคนที่ตัวสะอาดเห็นอีกคนที่ตัวสกปรกเต็มไปด้วยเขม่าควันเขาก็ต้องคิดว่าตัวเองออกมาจากปล่องไฟเก่าเหมือนกัน ตัวเขาเองก็ต้องสกปรกเหมือนกันแน่ๆเลย ส่วนอีกคน เห็นฝ่ายตรงข้ามตัวสะอาดก็ต้องคิดว่าตัวเองก็สะอาดเหมือนกัน ตอนนี้ ผมขอถามพวกคุณอีกครั้งว่า ใครที่จะไปอาบน้ำก่อนกันแน่"

นักศึกษาคนหนึ่งพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นว่า "อ้อ ! ผมรู้แล้ว พอคนตัวสะอาดเห็นอีกคนสกปรกก็นึกว่าตัวเองต้องสกปรกแน่ แต่คนที่ตัวสกปรก เห็นอีกคนสะอาด ก็นึกว่าตัวเองไม่สกปรกเลย ดังนั้นคนที่ตัวสะอาดต้องวิ่งไปอาบน้ำก่อนแน่เลย .....ถูกไหมครับ...."

ไอสไตน์มองนักศึกษาทุกคน ทุกคนต่างเห็นด้วยกับคําตอบนี้

ไอสไตน์ ค่อยๆ พูดขึ้นด้วยหลักการและเหตุผลว่า "คําตอบนี้ก็ผิด ทั้งสองคนออกมาจากปล่องไฟเก่าเหมือนกัน จะเป็นไปได้ไงที่คนหนึ่งสะอาดอีกคนหนึ่งจะสกปรก นี่แหละที่เขาเรียกว่า 'ตรรก' เมื่อความคิดของคนเราถูกชักนําจนสุดขั่ว ก็จะไม่สามารถแยกแยะและคิดถึงเหตุผลในเรื่องราวที่ถูกจูงให้คิดได้"

คำตอบที่ถูกต้องจะออกมาได้ ต้องใช้ 'ตรรกที่ถูกต้อง' ที่ประกอบด้วยทั้งความฉลาดและความเฉลียว เราจะหาตรรกได้ก็ต้อง
กระโดดออกมาจาก "พันธนาการของความเคยชิน" หลบเลี่ยงจาก "กับดักทางความคิด" หลีกหนีจาก .สิ่งที่ทําให้หลงทางจากความรู้จริง" ขจัด "ทิฐิแห่งกมลสันดาน" และ "สมมติฐานที่ผู้อื่นยัดเยียดให้"

จะเข้าถึง ตรรกที่แท้จริง ได้ก็ต่อเมื่อ คุณสลัดหมากทั้งหมดที่คนเขาจัดฉาก วางล่อคุณไว้

ฉลาดอย่างเดียวจึงไม่พอ ต้อง "เฉลียวฉลาด"

[ปลาฉลาด]
พจนานุกรมฉบับมติชนอธิบายสองคำนี้ไว้ดังนี้
[ฉลาด ๑ ว.มีไหวพริบดี, มีปัญญาดี. ๒ น. ชื่อปลาน้ำจืดคล้ายปลากราย ครับท้องยางไปจรดครับหาง พื้นตัวสีขาว, สลาด หรือ ตอง ก็ เรียก]
[เฉลียว กใ มีไหวพริบ: นึกระแวงขึ้นมา เช่น ไม่เฉลียวใจว่าจะโดยโกง]
[เฉลียวฉลาด ว. มีไหวพริบและปัญญาดี]
[คนฉลาด]

Bill Gates พูดถึง Mind Map

In Bill Gates' article, “The Road Ahead: How ‘intelligent agents’ are taking our information democracy to the next stage.” that appeared in Newsweek 19 Dec 2005,
"Most of us now live in an ‘information democracy… But while we’ve gone a long way towards optimizing how we use information, we haven’t yet done the same for knowledge… ‘mind-mapping’ software can also be used as a digital ‘blank slate’ to help connect and synthesize ideas and data — and ultimately create new knowledge.”

BroadBanding ฉบับพิมพ์ครั้งที่สองวางตลาดแล้ว

หลังจากที่หนังสือ บริหารค่าตอบแทนอย่างสร้างสรรค์ด้วยระบบะ BroadBanding ฉบับพิมพ์ครั้งแรกขาดตลาดไปหลายปี บัดนี้สำนักพิมพ์ขวัญข้าว '๙๔ ได้จัดพิมพ์ใหม่ พร้อมทั้งมีการแก้ไขปรับปรุงให้ทันสมัยมากขึ้น มีสรุปเนื้อหาสาระของ พรบ.บริหารระบบราชการ พศ 2550 โดยเฉพาะส่วนที่เกียวกับการบริหารเงินเดือนของข้าราชการ



[ปก Broadbanding ฉบับตีพิมพ์ครั้งแรก]

Saturday, 16 February 2008

การวางแผนการสรรหาและการคัดเลือกทรัพยากรมนุษย์ - มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเณย์


เมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๔๙ ผมได้ไปบรรยายให้กับนักศึกษาปีที่ ๔ ภาควิชาบริหารทรัพยากรบุคคล มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเณย์ ในหัวข้อ การวางแผนการสรรหาและการคัดเลือกทรัพยากรมนุษย์


[ส่วนหนึ่งของนักศึกษาที่รับฟังการบรรยาย]


[ส่วนหนึ่งของนักศึกษาที่รับฟังการบรรยาย]


[ธัญญา ผลอนันต์ มอบหนังสือด้านทรัพยากรมนุษย์ให้กับห้องสมุดคณะบริหารธุรกิจ]


[อาจารย์คณะบริหารธุรกิจมอบของที่ระลึกให้ธัญญา ผลอนันต์]

Tuesday, 12 February 2008

B r o a d banding Workshop HR Practitioners at TPA





เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2547สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ หัวข้อ ระบบ Broadbanding

B r o a d banding Workshop for HRD Graduated Students at NIDA


[บรรยากาศห้องบรรยาย]

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2547 ผมได้มีโอกาสไปบรรยายและทำ workshop ใหหัวข้อ ระบบการบริหารเงินเดือนแบบ Braodband ให้กับนักศึกษาระดับปริญญาโท โครงการ HRD ของ NIDA เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรบริหารค่าจ้าง ซึ่ง ดร. กัญญา คุณมีเป็นเจ้าของหลักสูตร

นอกจากการบรรยายที่มาที่ไปของแนวความคิด braodband ในช่วงเช้าแล้ว ตกบ่ายก็มีการแบ่งกลุ่มทำ workshop กันเพื่อให้นักสึษาได้มีโอกาสนำความรู้ไปใช้งานจริงได้


[กลุ่มที่ 8 ทำงาน]

[กลุ่มที่ 8 นำเสนอ]


[กลุ่มที่ 7 ทำงาน]

[กลุ่มที่ 7 นำเสนอ]


[กลุ่มที่ 6 กำลังคนมากกว่าเพื่อน - ทำงานร่วมกัน]

[กลุ่มที่ 6 นำเสนอคู่]



[กลุ่มที่ 5 ทำงานร่วมกัน]

[กลุ่มที่ 5 นำเสนอ]


[กลุ่มที่ 4 ทำงานร่วมกัน]

[กลุ่มที่ 4 ถ่ายรูปร่วมกัน]

[กลุ่มที่ 4 นำเสนอ]


[กลุ่มที่ 2 ทำงานร่วมกัน]

[กลุ่มที่ 3 นำเสนอ]


[กลุ่มที่ 2 ปรึกษาหารือ]

[กลุ่มที่ 2 นำเสนอ]



[กลุ่มที่ 1]

Friday, 14 December 2007

Broadbanding กลับมาแล้วหรือ ?





เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน ศกนี้ ดร. นิลุบล ศิวบวรวัฒนา รักษาการผู้อำนวยการศูนย์วิทยบริการ ทาบทามให้ไปเป็นวิทยากรในโครงการ Academic Fresh Up I for Human Resource Manager รุ่นที่ 2 ในหัวข้อ “การบริหารเงินเดือนแบบ Broadbanding: แนวคิดและกรณีศึกษา” ผมยังตั้งข้อสัเงเกตว่า หัวข้อนี้น่าจะหมดความสนใจไปแล้ว เกรงว่าจะไม่มีคนฟัง

แต่ผมคาดผิดถนัด เพราะวันที่ 14 ธันวาคม 2550 ปรากฏว่ามีผู้มาลงทะเบียนร้อยกว่าคน เต็มห้องประชุม อาคารอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

ผมไปถึงก่อนเวลาพอสมควรจึงได้มีโอกาสสนทนากับ ดร.จันทร์ ชุ่มเมืองปัก กรรมการสภามหาวิทยาลัยและที่ปรึกษามหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้รับบทบาทประธานในพิธีเปิด ดร.จันทร์อายุขึ้นต้นด้วยเลขแปดแล้ว แต่ท่านยังกระฉับกระเฉงและมีความจำเป็นเลิศ ทั้งยังมีอารมณ์ขันและลีลาความเป็นครูแพรวพราว ท่านได้เล่าเรื่องสอนใจระหว่างคอยเวลาเปิดอบรมเรื่องหนึ่งที่ผมขอนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนชาว HR และผู้อ่าน Blogger HR Man

ดร. จันทร์เล่าว่า สมัยที่ท่านยังเป็นอาจารย์หนุ่มอยู่ ท่านได้เลื่อนตำแหน่งเป็นอาจารย์ใหญ่ ได้เงินเดือนขึ้นจาก 1,200 บาทเป็น 900 บาท
ท่านจึงคิดจะเก็บเงินเดือนส่วนที่ได้ขึ้นนี้ไว้ใช้เลี้ยงเพื่อนครูและใช้ส่วนตัวโดยไม่บอกให้ภรรยาทราบ วิธีการที่คนรุ่นท่านใช้ก็คือ ซ่อนไว้ในกระเป๋าใส่ไฟแช็คหรือกุญแจ (ผู้อ่านต้องนึกย้อนไปประมาณ 50 ปีที่ผ่านมาว่า ผู้ชายสมัยนั้นสวมกางเกงตัดจากร้านตัดเสื้อ และบริเวณใต้เข็มขัดจะมีช่องเล็ก ๆ ไว้ให้ใส่ไฟแช็คหรือกุญแจ และนึกย้อนยุคกลับไปด้วยว่าในครั้งกระโน้นมนุษย์เงินเดือนยังรับกันเป็นเงินสดอยู่)

หลังเงินเดือนออก ท่านก็ทำตามแผนเดิม คือให้เงินเดือนภรรยา 1,200 บาทแล้ว แอบซ่อนไว้ในช่องลับในกางเกงอีก 700 บาท วันเรุ่งขึ้น ท่านก็สวมกางเกงตัวเดิมออกจากบ้าน ภรรยาท่านทักว่าทำไมไม่เปลี่ยนกางเกง ท่านก็ตอบไปว่า เพิ่งใส่ไปแป๊บเดียว ยังพอใช้ได้อีกวัน แล้วท่านก็แอบตบช่องลับว่าเงิน 700 บาทที่ท่านซ่อนไว้ยังอยู่หรือไม่ แล้วท่านก็ออกไปทำงานตามปกติ ตกเที่ยงก็พาเพื่อนที่ทำงานไปเลี้ยง พอถึงเวลาจ่ายเงิน ท่านก็ล้วงเงินจากช่องลับมาจ่าย

ปรากฏว่า ……

กระดาษที่อยู่ในช่องลับ กลายเป็นเศษกระดาษหนังสือพิมพ์

ดร. จันทร์สรุปว่า 1. ไม่มีความลับในโลกนี้ อย่าโกหกภรรยา เพราะวันหนึ่งเธอกต้องรู้วันยังค่ำ 2. ความซื่อสัตย์เป็นนโยบายที่ดีที่สุด

ครับวันนี้ผมโชคดี ที่ได้พบครูผู้เป็นผู้ให้สิ่งดีแก่ศิษย์เสมอไม่ว่าจะเป็นที่ใด เวลาไหนและวัยใดก็ตาม
ขอคารวะ ดร.จันทร์ ชุ่มเมืองปัก ครูผู้สวมวิญญาณครูตลอดเวลา

ผมได้แบ่งปันแนวคิด ที่มาและประวัติของ Broadband ส่วนดร. อุทัย สวนกูล Deputy Director, TRUE Corporation ช่วยต่อเติมประสบการณ์การนำ Broadband มาใช้ใน TRUE Corporation เมื่อสามปีที่แล้ว และคุณนนทิกร กาญจนะจิตรา ที่ปรึกษาระบบราชการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน